ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > วิธีการคำนวณประโยชน์ทดแทนบำเหน...

วิธีการคำนวณประโยชน์ทดแทนบำเหน็จ บำนาญชราภาพ


วิธีการคำนวณประโยชน์ทดแทน
ประโยช์ทดแทนกรณีบำเหน็จชราภาพ (สำหรับผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบกรณีสงเคราะห์บุตร และชราภาพไม่ถึง 180 เดือน)
  1. กรณีที่จ่ายเงินสมทบกรณีสงเคราะห์บุตร และชราภาพ ไม่ถึง 12 เดือน จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพมีจำนวนเท่ากับจำนวนเงินสมทบ ที่ผู้ประกันตนจ่ายสมทบ

ตัวอย่าง    ผู้ประกันตนได้รับค่าจ้างเดือนละ 10,000 บาท ถูกหักเงินสมทบ 5% ของค่าจ้างเท่ากับเดือนละ 500 บาท
โดยแยกเป็นกรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ตาย 1.5% = 150 บาท กรณีว่างงาน 0.50% = 50 บาท และกรณีสงเคราะห์บุตร และชราภาพ 3% = 300 บาท
               ประกันตนอายุ 55 ปี และสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง ขณะส่งเงินสมทบได้ 10 เดือน ประโยชน์ทดแทน
กรณีบำเหน็จชราภาพจะได้รับ 300 x 10 = 3,000 บาท

2. กรณีที่จ่ายเงินสมทบกรณีสงเคราะห์บุตร และชราภาพ ตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพมีจำนวนเท่ากับจำนวนเงินสมทบ ที่ผู้ประกันตนและนายจ้างนำส่งพร้อมผลประโยชน์ตอบแทน ตามที่สำนักงานประกันสังคมประกาศกำหนด

ตัวอย่าง    ผู้ประกันตนอายุ 55 ปี สิ้นสุดสภาพการเป็นลูกจ้างวันที่ 1 มิถุนายน 2547 ยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทน ในวันที่ 10 ธันวาคม 2547 เจ้าหน้าที่วินิจฉัยในวันเดียวกัน โดยมีรายการนำส่งเงินสมทบ กรณีสงเคราะห์บุตรและชราภาพของผู้ประกันตน ดังนี้
ปี
จำนวนเงินสมทบ
นายจ้าง
ผู้ประกันตน
รวม
2542 850 850 1,700
2543 1,550 1,550 3,100
2544 2,300 2,300 4,600
2545 3,200 3,200 6,400
2546 4,100 4,100 8,200
2547 2,800 2,800 5,600
รวม 14,800 14,800 29,600

วิธีคำนวณผลประโยชน์ตอบแทน

ปี
เงินสมทบ
เงินสมทบสะสม x อัตรา
 ผลประโยชน์ตอบแทน
2542
1,700
1,700 x 2.4%
= 40.80
2543
3,100
(1,700 + 3,100 = 4,800 ) x 3.7%
= 177.60
2544
4,600
(4,800 + 4,600 = 9,400) x 4.2%
= 394.80
2545
6,400
(9,400 + 6,400 = 15,800) x 4.3%
= 679.40
2546
8,200
(15,800 + 8,200 = 24,000) x 6.5%
= 1,560.00
2547
5,600
(24,000 + 5,600 = 29,600) x 6.5% x 11/12
= 1,763.66
รวม
4,616.26

 










เงินบำเหน็จชราภาพและผลประโยชน์ตอบแทนที่ผู้ประกันตนจะได้รับ คือ  29,600 + 4,616.26 = 34,216.26 บาท


3. ประโยช์ทดแทนกรณีบำนาญชราภาพ (สำหรับผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบกรณีสงเคราะห์บุตร และชราภาพ มาแล้วไม่น้อยกว่า 180 เดือน ครบอายุ 55 ปี และความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลงจะได้รับเงินบำนาญชราภาพ ในอัตราร้อยละ 20  ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย)

ตัวอย่าง 20 % ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย
=
20 x 13.000
      100
= 2,600  
   

ผู้ประกันตนจะได้รับเงินบำนาญชราภาพเดือนละ 2,600 บาท ไปจนตลอดชีวิต

     
    การหาค่าเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย คือ นำค่าจ้าง 60 เดือนสุดท้าย รวมกันแล้วหารด้วย 60
                                ค่าจ้างเฉลี่ย = ผลรวมของค่าจ้าง 60 เดือน
                                                      จำนวนเดือน (60 เดือน)
     
     
    กรณีที่จ่ายเงินสมทบเกิน 180 เดือน ให้ปรับเพิ่มอัตราเงินบำนาญชราภาพขึ้นอีกในอัตราร้อยละ 1.5  ต่อระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบครบทุก 12 เดือน สำหรับระยะเวลาที่จ่ายเงินสมทบเกิน 180 เดือน
   

เช่น จ่ายเงินสมทบมาได้ 193 เดือน จะได้รับเงินบำนาญชราภาพดังนี้

180 เดือน = 20%x13,000 = 2,600 บาท

เงินเพิ่มอีก(193-180 เดือน) = 13 เดือน = 1.5%x13,000 =195 บาท (ทุก 12 เดือน เพิ่ม 1.5%)

รวมรับบำนาญเดือนละ 2,600 + 195 =2,795 บาท 

 



ผู้ตั้งกระทู้ เลขาฯ :: วันที่ลงประกาศ 2007-12-16 11:45:54


[1] 2 ถัดไป >>

ความเห็นที่ 1 (1308415)

อยากได้ข้อความด้านบน

ผู้แสดงความคิดเห็น นวพล วันที่ตอบ 2008-11-30 09:39:57


ความเห็นที่ 2 (1361074)

      

            เงินเดือน 35,000 บาท จะคิดค่าบำนาญเดือนละเท่าไหร่คะช่วยคิดให้หน่อยดูแต่ละที่ก็ไม่เหมือนกันแตกต่างกันมากเลยงงค่ะ ช่วยคิดให้หน่อยนะคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น พนักงานคนหนึ่ง วันที่ตอบ 2010-01-08 10:38:39


ความเห็นที่ 3 (1381912)

ขอถาม  2  ข้อค่ะ  ??

1. ถ้าอายุครบ 55 ปี และส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน เราจะสามารถเลือกว่าจะรับเงินบำเหน็จ หรือบำนาญ  ได้หรือเปล่าค่ะ ?

2. ผู้ประกันตนมาตรา 39 จะต้องใช้ฐานค่าจ้าง 4,800 บาท มาเป็นค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ในการคำนวณเงินบำนาญชราภาพ หรือเปล่าค่ะ  ?

ผู้แสดงความคิดเห็น fasai วันที่ตอบ 2010-07-03 21:14:12


ความเห็นที่ 4 (1384385)

ต้องการให้กฎหมายประกันสังคม ให้ลูกจ้างเลือกรับเงินบำเหน็จหรือบำนาญได้ กรณีอายุครบ 55 ปี 

ไม่ว่าลูกจ้างคนนั้นจะส่งเงินสมทบมาครบ 180 เดือนหรือไม่  ให้คำนวณตามเงินสมทบที่ส่งไว้

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ให้ผู้ประกันตนสามารถเลือกรับเงินบำเหน็จหรือบำนาญได วันที่ตอบ 2010-07-28 08:38:09


ความเห็นที่ 5 (1401703)

 

ยิ่งไปกว่านั้นยากให้กฎหมายรอรับการได้รับงานชราภาพก่อนอายุ55ปี....อาจจะออกมาในรูปของการขอแจ้งถอนเงินสมทบคืนหรือทำเรื่องเบิดจ่ายคืนได้ครึ่งหนึ่งของเงิน.......โดยระบุหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนก็น่าจะเป็นผลดีของพี่น้องประชาชนที่อยากได้เงินใช้ในช่วงเศรษฐกิจอย่างนี้หรือว่า....ให้สามารถทำเรื่องกู้ได้ของวงเงินสมทบของแต่ละรายบุคคลหรือของผู้ประกันตนนั้น ๆ ทำตามหลักเกณฑ์ที่ช่วยเหลือจริง ๆ ที่ไม่ใช่อย่างการช่วยเหลือกู้เงินประกันสังคมน้าท่วม   โดยมีการระบุว่าสามารถทำเรื่องกู้ได้ในวงเงิน50,000บาทของผู้ประกันตน  สิทธิที่เกิดคือ  มาตรา39 ก็ได้ แต่พอเอาจริง ๆ ต้องมีรายละเอียดที่ชัดเจนมีฐานเงินเดือนมีรายรับที่ชัดเจนมีคนค้ำประกัน.....พี่น้องประชาชนจิรง ๆ ที่เดือนก็ไม่สามารถทำเรื่องกู้ได้เพราะบ้างที่เป็นคนขับวินมอไซค์...พ่อค้าแม่ค้า...ทำงานอิสระทั่วไปแต่ก็ยังอยู่ในมาตรา39...และมีเงินในประกันสังคมหรือเงินสมทบไม่ได้ต่างไปจากผู้ที่ทำงานเป็นเงินเดือนเท่าไรนักบ้างที่อย่างเช่นคนขับวินมอไซค์รับจ้างบางคนทีรายได้มากกว่าผู้ที่มีเงินเดือน15,000บาทด้วยซ้ำไปอยากรู้ว่าเอาอะไรมาวัดเขาทั้ง ๆ มันก็เงินของเขาที่เขาฝากไว้....ช่วยรับกันพิจจารณาบ้างเถอะพี่น้องประชาชนราดหญ้า...ตอนนี้ก็เดือนร้อนกันไม่น้อย

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้ประกันตนมาตรา39 วันที่ตอบ 2010-12-21 01:34:10


ความเห็นที่ 6 (1403586)

อยากให้ยกตัวอย่างกรณีเงินเดือนน้อยๆบ้างไม่ใช่เอาแต่เงินเดือน 10000 บาทขึ้นไปเพราะถ้ายกตัวแย่งเงินเดือนสูงก็ตะดูเหมือนว่าได้รับเงินบเหน็จบำนาญคุ้ม

ผู้แสดงความคิดเห็น นก วันที่ตอบ 2011-01-11 16:43:28


ความเห็นที่ 7 (1403646)

อยากถามว่าอายุจะครบ 55 ปีในเดือนกันยายน 2554 นี้แล้ว และเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 มาประมาณ 6 ปีแล้ว

จะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง ภายในกำหนดเวลาใดบ้าง (เช่นต้องไปแจ้งเรื่องภายใน 15 วัน นับจากวัน...เป็นต้น)  ขอทราบขั้นตอนและรายละเอียดทั้งหมดค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น คนอยากรู้ วันที่ตอบ 2011-01-12 13:08:30


ความเห็นที่ 8 (1404785)

ง่ายๆอย่างผู้ประกันตนมาตรา 39 อายุครบ55 ปี บริบูรณ์ ฐานเงินดือนอยู่ที่เท่าไหร่คิดยังไง

อีกอย่างประกันสังคมเอาเงินไปลงทุนในตราสารหนี้และได้รับผลกำไรต่อปีเยอะ ทำไมถึงไม่ทำแผนนโยบาย

ให้ผู้ประกันตนที่เดือดร้อนกู้งินมาใช้บ้างดอกบี้ยไม่แพง ไม่ต้องมากก็ได้คนละไม่เกิน 30000 บาทก็ได้น่าจะดี

ผู้แสดงความคิดเห็น kukkik (kaimook-nok-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-01-21 15:13:24


ความเห็นที่ 9 (1408883)

ส่งประกันสังคมเกิน  180  เดือนแล้ว  และกำลังจะลาออกจากงานเร็วๆ  นี้

แต่อายุยังไม่ถึง  55  จะใช้สิทธิ์อะไรได้บ้างคะ และต้องทำอย่างไรบ้าง

ผู้แสดงความคิดเห็น panjaree วันที่ตอบ 2011-03-06 22:33:20


ความเห็นที่ 10 (1444448)

 แล้วถ้าเราประกันตนเองล่ะค่ะ คิดยังไง ไม่ได้เป็นลูกจ้าง

ผู้แสดงความคิดเห็น ์Noo วันที่ตอบ 2011-09-07 20:41:07


ความเห็นที่ 11 (1445077)

อยากให้มีโปรแกรมที่สามารถใส่ระบุเจาะจง ถึงการได้รับสิทธิเพื่อที่ประชาชนจะได้รับรู้ว่า ณ.ปัจจุบัน  เราจะได้รับสิทธิแบบใด และได้ประมาณเท่าไหร่ เพื่อเป็นข้อมูลในการใช้ชีวิตประจำวัน ถึงอนาคต จะได้ใช้อนาคตให้ถูกต้องเมื่อแก่ตัวค่ะ ไม่ใช่แก่แล้วตามมีตามเกิดค่ะ เพราะหมดภาระของการคุ้มครองแล้ว ขอบคุณค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ชลบุรี วันที่ตอบ 2011-09-12 12:46:11


ความเห็นที่ 12 (1449111)

ดิฉันเริ่มทำงานเดือนมิถุนายนนพ.ศ 2545 และได้ส่งเงินสมทบถึงเดือนสิงหาคมปีพ.ศ2552 จ่ายคนละครึ่งกับนายจ้าง เมื่อวันที่1 กันยายน 2552 ดิฉันได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการเลยหยุดส่งเงินสมทบประกันสังคม อยากทราบว่าดิฉันจะได้รับเงินทดแทนกรณีเป็นผู้ประกันตนมาหลายปีในกรณีใดบ้างคะ? และเป็นเงินจำนวนเท่าไร? รับได้ตอนใหนคะ?

                                                          จากอดีตผู้ประกันตน ปัจจุบันเป็นข้าราชการเต็มตัว

กรุณาตอบด้วยนะคะส่งอีเมลย์ก็ได้ค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น สกลนคร (np_2326-at-hotmail-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2011-10-03 16:15:39


ความเห็นที่ 13 (1449739)

พ่อผมจะได้เงินเท่าไรน๊อ-พ่อผมทำงานตั้งเเต่อายุ

17จนมาถึง56ปีครับจะได้เงินประมาณเท่าไร

ผู้แสดงความคิดเห็น บาส วันที่ตอบ 2011-10-06 15:27:54


ความเห็นที่ 14 (1459832)

ถ้าบุตรอายุ 3 ขวบ  4 เดือน  ส่งเงินประกันสังคมมาได้ 12 เดือน  จะได้รับเงินสงเคราะห์บุตร จำนวน  400  บาท จำนวน 12 เดือนเงิน  หรือว่าจะได้รับเงินตามจำนวน ที่เด็กเกิดมา คือ 3 ขวบ 4 เดือนคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น pu วันที่ตอบ 2011-12-06 14:22:24


ความเห็นที่ 15 (1464846)

รับแม่บ้านอายุ 56 ปี มาทำงาน จะทำประกันสังคมได้ไหมครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Sangmanee วันที่ตอบ 2012-01-13 10:38:53


ความเห็นที่ 16 (1466735)

 

ดิฉันอายุ 48 ปี ทำงานส่งเงิน สปส.พ.ศ.2542-2564  งด.15,000/ด. ส่งเงินสมทบมา 22 ปี และเริ่มว่างงาน พ.ศ.2565 เป็นต้นไป

และดิฉันรออายุครบ 55 ปี ในปี พ.ศ. 2571 ดิฉันจะได้บำนาญแน่นอน  แต่อยากถามว่าจะได้เท่าไหร่ และวิธีคิดอย่างไร

กรุณาตอบด้วยค่ะ (เพราะคำว่าคิดค่าเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย แต่ดิฉันนับว่างของดิฉัน 6 ปี )

ผู้แสดงความคิดเห็น คุณแอน (annbkk16-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-01-24 08:39:35


ความเห็นที่ 17 (1474515)

อายุ55 ปี ทำงานมากว่า15-20ปี มีเงินเดือน7300บาทต่อเดือนเมื่อออกจากงานจะได้รับเงินทดแทนเม่าไหร่

คำนวนให้หน่อยครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ku_yawanutmoopayak@hotmail.com วันที่ตอบ 2012-03-01 14:00:40


ความเห็นที่ 18 (1474517)

 อยากได้ข้อมูลด้านบน

ผู้แสดงความคิดเห็น ku_yawanutmoopayak@hotmail.com (ku_yawanutmoopayak-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-03-01 14:02:36


ความเห็นที่ 19 (1485159)

 ถ้าส่งเงินสมทบ ม. 39 มาจนอายุ 55 ปี แต่ไม่ลาออก แต่จะส่งต่อเพื่อรับสิทธิค่ารักษาพยาบาลต่อได้หรือไม่

 สิทธิประโยชน์ ของประกันสังคม ดูจะน้อยกว่า กองทุน 30 บาท  เช่น เขาไม่ต้องจ่ายเงินสมทบรายเดือนสักบาท แต่เขาได้รับ คลอดบุตร ไม่ต้องจ่ายเงินสักบาท รักษาพยาบาลตลอดชีวิต ไม่ต้องถึงแค่ 55 ปี เหมือนประกันสังคม หรือ ทำฟัน ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่ของเรา เบิกได้ 200 บาท ยังไม่คุ้มค่าน้ำมันรถไปหาทันตแพทย์เลย  อย่างฟันคุด หมดเป็นหลายพัน เบิกได้แค่ 200.- ปกติถ้าไม่เจ็บป่วยจริง ๆ เราก็ไม่อยากไปหาหมอให้เสียเวลา  ทำไมสิทธิของคนที่เสี่ยเงิน ดูด้อยกว่าคนที่ไม่เสียเงิน

ผู้แสดงความคิดเห็น คนเชียงใหม่ วันที่ตอบ 2012-04-20 10:05:21


ความเห็นที่ 20 (1521661)

  cctv host กล้องวงจรปิด hosting

ผู้แสดงความคิดเห็น cctv วันที่ตอบ 2012-08-29 14:50:52


ความเห็นที่ 21 (1523428)

ดิฉันเป็นส่งเงินสมทบประกันสังคมเป็นเวลาติดต่อกัน 2 ปี แล้วดิฉันก็ได้บรรจุเข้ารับราชการ อยากทราบว่ากรณีอย่างนี้ดิฉันมีสิทธิขึ้นทะเบียนว่างงานหรือป่าวและมีสิทธิได้รับเงินทดแทนเหมือนกรณีว่างงานอื่น  ๆ ไหมค่ะ รบกวนช่วยตอบด้วยค่ะ  pook-_-dol@hotmail.com

ผู้แสดงความคิดเห็น ข้าราชการใหม่ วันที่ตอบ 2012-09-06 17:22:51


ความเห็นที่ 22 (1535812)

ผมสงสัย กรณีเงินเดือน เฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย นี่แแหละครับ เหมือนๆ หลายท่านด้านบน ถ้าเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย แล้วได้ 60,000 จะได้บำนาญต่อเดือนเท่าไหร่ เพราะเงื่อนไขคลุมเคลือไม่มีบอกว่าสูงสุดของเงินเดือน เฉลี่ยต้องเป็นเท่าใด

ผู้แสดงความคิดเห็น วันที่ตอบ 2012-10-22 18:41:15


ความเห็นที่ 23 (2922912)

ตอนแรกก็ยังงงๆ คิดบำนาญชราภาพมาแล้ว วาดภาพซะสวยหรู  พอกิน พอใช้อย่างสบาย   แต่พอจะเริ่มทำความเข้าใจได้ เหมือนบัวปริ่มๆ ผิวน้ำ  ทำให้รู้ว่า บำนาญชราภาพที่จะได้ ถ้าลูกหลานไม่เลี้ยง แล้วตรูจะทำไงดี   ดังนี้

เฉพาะผู้ที่หักเงินสมทบชราภาพ 3% มาแล้วครบ 180 เดือน   หรือ 15 ปี (คิดตั้งแต่ ปี 2541)

การหักเงินประกันสังคมกรณีชราภาพ หัก 3% จากฐานเงินเดือนของลูกจ้างเริ่มต้นที่เดือนละ 1,650 บาท แต่ไม่เกิน 15,000 บาท

ตย. 1   ก. สมมุติเงินเดือน  2,000 บาท จะถูกหัก 3%  เท่ากับ หัก  60 บาท

ตย. 2   ข. สมมุติเงินเดือน 25,000 บาท จะถูกหัก 3% จาก 15,000 บาทเท่านั้น ไม่ใช่หักจาก 25,000 บาท ( 15,000 บาท คือฐานเงินสูงสุดที่นำมาคำนวณหัก 3% ตลอดระยะเวลา 15 ปี)

การคิดบำนาญชราภาพที่ว่าคิด 20 % จากเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายนั้น หลายคนคิดว่า คิดจากเงินเดือนที่ได้รับจริงๆ เฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายนั้น  คิดผิดครับ บางคนคิดแล้ว ดีใจที่ได้รับบำนาญชราภาพมาก   แต่ที่ถูกต้องคือ    คิด 20% ของฐานเงินเดือนที่นำมาคำนวณหักสะสม (จากตัวอย่างฐานเงินเดือนที่นำมาคำนวณก็คือ 1,650 บาท แต่ไม่เกิน 15,000 บาท)  ดังนั้นสมมุติว่าใครที่คำนวณแล้วมีเงินเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย 35,000 บาท  ไม่ใช่ว่าจะนำเงินเดือนเฉลี่ย 35,000 บาท มาคูณ 20 % แล้วคิดเป็นบำนาญชราภาพเลย     ที่ถูกต้องคือแม้จะคิดเฉลี่ยเงินเดือน 60 เดือนสุดท้ายได้ 35,000 บาท แต่ประกันสังคมให้คิดที่ 15,000 บาทตามฐานเงินเดือนสูงสุดที่หักเงิน 3% ไว้เท่านั้นเอง

สรุป   ใครที่คิดเฉลี่ยเงินเดือน 60 เดือนสุดท้ายแล้ว ได้มากกว่า 15,000 บาท   ก็ให้คิดเงินเดือนเฉลี่ยเพียง 15,000 บาทตามฐานเงินเดือนที่นำมาคำนวณหัก 3 % เท่านั้น นั่นก็คือคนที่หักเงินชราภาพ 3% มาแล้วครบ 15 ปี มีเงินเดือนเฉลี่ยเกิน 15,000 บาทจะได้บำนาญชราภาพสูงสุดเพียง 3,000 บาท  ใครจะเงินเดือนเฉลี่ยสูงกว่า 15,000 บาทขนาดไหน ก็จะได้บำนาญชราภาพเพียง 3,000 บาทเท่านั้น ยกเว้นมีการส่งเงินสบทบ 3% นี้เกิน 15 ปี ให้นำส่วนที่เกิน 15 ปี มาคิดเพิ่มได้อีก 1.5 %        โอ๊ย...ย..ย.....งง

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ลูกจ้าง 32 ปี วันที่ตอบ 2012-11-10 16:24:04


ความเห็นที่ 24 (2922913)

จากความเห็นที่ 22

ถึงแม้คุณพี่ จะถูกหัก 3% มาครบ 15 ปี  เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายได้ถึง 60,000 บาท   คุณพี่คงคิดเหมือนผมตอนแรก คือ 20% จาก 60,000 บาท  โอ้โฮได้บำนาญชราภาพตั้ง 12,000 บาทต่อเดือน  สบายเลย................แต่ความเป็นจริงคือ 3,000 บาท ต่อเดือนครับคุณพี่ ป  สงสัยไม่พอค่าน้ำ ค่าไฟ เหมือนกันครับ

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า   แม้จะเป็นผู้บริหารที่มีเงินเดือนเป็นแสน มีค่าน้ำมันรถ  มีสวัสดิการเลิศหรู มีเงินพิเศษมากมาย   หรือ ลูกจ้างระดับล่างที่ได้แต่ค่ากะ เงินพิเศษต้องทำ OT    ได้นั่งรถฟรี ได้ทานข้าวราคาถูก  สุดท้ายก็มีสิทธิได้บำนาญ 3,000 บาทในบั้นปลายชีวิตเหมือนกัน ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ลูกจ้าง 32 ปี วันที่ตอบ 2012-11-10 16:38:36


ความเห็นที่ 25 (2923587)

เงินเดือน 25,000 บาท แต่ตอนที่บริษัทหักส่งประกันสังคม เขาก้อหักจากยอด 15,000 บาท ถูกต้องแล้ว (เพราะเป็นฐานเงินสูงสุด) เคยสังเกตุจากสลิปมั้ยหล่ะ่คะ เขาไม่ไดหักจากยอด 25,000 บาทนะ                                                                                                                              

แต่ว่าตอนนี้อยากจะให้ทางประกันสังคมแก้สิทธิการรับผลประโยชน์ให้ด้วยเพราะต้องการเป็นเงินก้อนไม่ต้องการรับเป็นรายเดือน เพราะมันเป็นผลตอบแทนจากการทำงานของเรา ถ้าหากเราไม่มีทายาทรับ    แล้วผลประโยชน์จะไปอยู่ที่ไหนหล่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น คนสร้างบ้าน 45 ปี วันที่ตอบ 2012-11-13 15:49:36


ความเห็นที่ 26 (2925193)

ส่งเงินสมทบตามมาตรา39    ทำไมต้องบังคับจากฐานเงินเดือน  4,800 บาท  เราสามารถที่จะส่งเงินสมทบเต็มเพดาน 15,000 บาท ได้หรือไม่  เพื่อมีผลต่อบำนาญชราภาพมากขึ้นด้วย????

ผู้แสดงความคิดเห็น กรทอง วันที่ตอบ 2012-11-22 16:16:49


ความเห็นที่ 27 (2925196)

 1)  มาตรา 39 ส่งเงิน  ตั้ง 9%  มาตรา 33 ส่งแค่ 3.5%   แต่ตอนรับบำนาญกลับได้ 20% เท่ากัน   ผู้รู้ช่วยอธิบายทีครับ

 2) คนโสดเบิกอะไรก็ไม่ได้   แต่ส่งเงินเท่ากัน  มันเป็นยังไงกันครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น มดแดง วันที่ตอบ 2012-11-22 16:24:55


ความเห็นที่ 28 (2930277)

ขายสุนัข เว็บขายสุนัข http://www.thaidogs.net

ผู้แสดงความคิดเห็น thaidogs (x-at-x-dot-com)วันที่ตอบ 2012-12-20 03:31:39


ความเห็นที่ 29 (2930283)

ตรวจสลากฟรี เว็บตรวจสลาก http://www.lottoasian.com

ผู้แสดงความคิดเห็น lottoasian (x-at-x-dot-com)วันที่ตอบ 2012-12-20 03:41:11


ความเห็นที่ 30 (2933799)

ได้รับเงินกู้ในวันนี้ในอัตราที่ต่ำสมัครวันนี้จะได้รับเงินกู้ยืมในอัตรา 3% สมัครวันนี้นี้สามารถเพิ่มธุรกิจของคุณไปสูงมากขึ้น เราจะนำเสนอเงินให้กู้ยืมแก่ธุรกิจและคนส่วนบุคคลถ้าคุณต้องการสินเชื่อที่จะเริ่มขึ้นธุรกิจหรือสินเชื่อเพื่อชำระค่าใช้จ่ายจะติดต่อเราผ่านทาง (georgeanderson.loanfirm255@gmail.com) ในขณะนี้และได้รับเงินกู้จาก บริษัท ของเรา ... ฉันทำให้ดีที่สุดบริการสินเชื่อ

ผู้แสดงความคิดเห็น Mr Anderson วันที่ตอบ 2013-01-12 03:10:00


ความเห็นที่ 31 (2934902)

พวกเราที่มีสิทธิประกันสังคมรู้วาโดนเอาเปรียบอย่างมากมารวมตัวกันประท้วงดีไหม ทำไมไม่ให้เลือกระหว่าง

บำเหน็จ และบำนาญช่วยกันหน่อยนะแสดงความคิดเ็ห็นกันเข้ามาเอาเปรียบมากเกินไปแล้ว เลิกทำงาน 

ก็อหยากได้เงินก้อนบ้าง เงินแค่ 3000 จะเอาไปลงทุนอะไรได้ ทุเรศที่สุด เอาอะไรมาคิด

 

จาก คนทำงาน

 

ผู้แสดงความคิดเห็น คนทำงาน วันที่ตอบ 2013-01-18 22:08:13


ความเห็นที่ 32 (2935430)

 

ห็นด้วยอย่างมากกับความคิดที่ 31 แล้วถามว่าได้เงินบำนาญเดือนละ 3000 บาทสำหรับส่วนของผุ้ประกันตนแล้วเงินสมทบส่วนของนายจ้างในสิทธิประโยชน์นั้นที่นายจ้างจ่ายสมทบให้ไปนั้นไม่ได้ถูกกล่าวถึงเลยในเรื่องการจ่ายบำนาญแต่บำเหน็จมีการกล่วงถึงฉะนั้นอยากถามว่าเงินสมทบของนายจ้างหายไปไหน ขนาดข้าราชการเค้ายังให้เลือกได้รับบำเหน็จหรือบำนาญแต่นี้เป็นเงินของเรากับของนายจ้างที่ถูกส่งเข้าไปในระบบของรัฐเพื่อเป็นหลักประกันชีวิตเหมือนกับการออมเงินกับธนาคารพอถึงเวลาที่จะได้ประโยชน์ทำไมถึงถูกเอาเปรียบแล้วที่ท่านเจ้าของกิจการประกันสังคมที่เอาเงินของเราไปลงทุนนั้นดอกเบี้ยที่ได้มานั้นได้ถูกแบ่งปันกับผู้ประกันตนทุกคนที่เป็นเจ้าของเงินหรือเปง่าอยากรู้จิงๆๆนะเนีย ประกันสังคมทำเช่นนี้เป็นการเอาเปรียบกันอย่างที่สุด

ผู้แสดงความคิดเห็น คนทำงาน วันที่ตอบ 2013-01-22 15:11:37


ความเห็นที่ 33 (2936181)

ทั้ง คุณ 31 , 32 ผมสนับสนุน ผมว่า ควรกระตุ้นที่พวก สหภาพแรงงาน ที่วันแรงงานที ก็ขอแต่เพิ่มค่าแรง ลองมาดูกฎหมายประกันสังคมบ้างดีกว่าครับ ผมคนนึงที่ เษียนแล้ว อยากได้เงินก้อน ไปลงทุนทำอะไรเล็กๆน้อย ใว้เลี้ยงตัวเอง แม้เงินจะน้อยนิดแต่อาจต่อชีวิตเราต่อไปได้ ไม่หวังเงินบำนาญแค่ เดือนล่ะ 3000 มันไม่พอกินหรอกครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น วิเชียร วันที่ตอบ 2013-01-28 09:30:24


ความเห็นที่ 34 (2936520)

อยากทราบเกี่ยวกับการจ่ายเงินชราภาพ

1.) ในกรณีที่เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือน ประมาณ 50,000 บาทต่อเดือน ต้องเอาฐานการคิดที่ 50,000 หรือ เพดานสููงสุด 15,000 มาคิด

หรือ ตามมาตรา 39 ประมาณ 4,800 บาท ไม่ชัดเจน

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้สงสัย กับความไม่ชัดเจน วันที่ตอบ 2013-01-29 22:45:05


ความเห็นที่ 35 (2937900)

อยากทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการคำนวณจ่ายเงินชราภาพ

ดิฉันอายุ 43 ปี เงินเดือน 15000 บาท  ถ้าหากทำงานครบ 23 ปี แล้วครบอายุเกษียณ  จะได้รับเงินชราภาพเท่าไหร่

เพราะคำนวณเองไม่เข้าใจคำวา่  เงินเดือนสุดท้าย 60 เดือน  (ต้องการความชัดเจนค่ะ) ขอบคุณค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น นางสาวยุพดี รักบ้านเพิง (yupadee70-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2013-02-06 15:55:18


ความเห็นที่ 36 (2938150)

ได้รับเงินกู้ในวันนี้ในอัตราที่ต่ำสมัครวันนี้จะได้รับเงินกู้ยืมในอัตรา 3% สมัครวันนี้นี้สามารถเพิ่มธุรกิจของคุณไปสูงมากขึ้น เรา จะนำเสนอเงินให้กู้ยืมแก่ธุรกิจและคนส่วนบุคคลถ้าคุณต้องการสินเชื่อที่จะ เริ่มขึ้นธุรกิจหรือสินเชื่อเพื่อชำระค่าใช้จ่ายจะติดต่อเราผ่านทาง (georgeanderson.loanfirm255@gmail.com) ในขณะนี้และได้รับเงินกู้จาก บริษัท ของเรา ... ฉันทำให้ดีที่สุดบริการสินเชื่อ

ผู้แสดงความคิดเห็น Mr Anderson วันที่ตอบ 2013-02-08 00:58:27


ความเห็นที่ 37 (2939916)

คำนวนเงินขราภาพเริ่มตั้งแต่ปี2542แล้วก่อนหน้านี้ที่ส่งเงินสมทบก็ส่งฟรีไปว่างั้น

ผู้แสดงความคิดเห็น กฤตติกา วันที่ตอบ 2013-02-19 21:44:49


ความเห็นที่ 38 (2940561)

ลาออกจากงานมาแล้ว 5 ปี จะสามารถเบิกเงินสมทบได้ไหม

ตอบกลับ :  rphotawee@yahoo.com

ผู้แสดงความคิดเห็น ระวี (rphotawee-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2013-02-22 16:34:23


ความเห็นที่ 39 (2940665)

 ทำไม เวลาคำนวน บำเหน็จชราภาพ เขาไม่เอาผลตอบแทนที่ได้แต่ละปี ไปเป็นเงินสะสมในปีถัดไปล่ะ (ดอกเบี้ยไม่ทบต้น) เอาเปรียบน่าดูเลย

ผู้แสดงความคิดเห็น เก่ง วันที่ตอบ 2013-02-23 13:24:14


ความเห็นที่ 40 (2940683)

 

ผมก็อยากได้เงินเป็นก้อน ไม่ใช่แค่ 3,000.บาทต่อเดือน มันจะพอยาไส้อะไร ประกันสังคมเอาส่วนไหนมาคิด ทุเรศที่สุด

พวกเราผู้ใข้แรงงานต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อสิทธิของเรา

ผู้แสดงความคิดเห็น สมศักดิ์ จันทร์เรือง วันที่ตอบ 2013-02-23 20:30:56


ความเห็นที่ 41 (2941006)

ผู้บริหารประกันสังคม ทำแบบนี้เอาเปรียบคนใช้แรงงาน อย่างเรามาก ๆ เงินของเราเองแท้ๆ แต่ให้ใครหน้าไหนไม่รู้มากำหนด

ให้เราแค่เดือนละ 3000.บาท/เดือน แทนที่จะได้เป็นก้อนเพื่อไปลงทุนทำอะไรสักอย่างในบั้นปลายชีวิต  แม่ง! คิดได้ยังไง

                                        พนักงานที่กินเงินเดือนมาตลอดชีวิต หวังจะสบายมั่งเมื่อยามแก่ ชรา แต่ต้องมาโดนเตะถ่วงจาก

ประกันสังคมที่มีผู้บริหารที่เห่ย!แตก  

               

 

ผู้แสดงความคิดเห็น สมจิตร จันทร์ทะสน วันที่ตอบ 2013-02-26 09:55:21


ความเห็นที่ 42 (2941018)

ผู้บริหารประกันสังคม ทำแบบนี้เอาเปรียบคนใช้แรงงาน อย่างเรามาก ๆ เงินของเราเองแท้ๆ แต่ให้ใครหน้าไหนไม่รู้มากำหนด

ให้เราแค่เดือนละ 3000.บาท/เดือน แทนที่จะได้เป็นก้อนเพื่อไปลงทุนทำอะไรสักอย่างในบั้นปลายชีวิต  แม่ง! คิดได้ยังไง

                                        พนักงานที่กินเงินเดือนมาตลอดชีวิต หวังจะสบายมั่งเมื่อยามแก่ ชรา แต่ต้องมาโดนเตะถ่วงจาก

ประกันสังคมที่มีผู้บริหารที่เห่ย!แตก  

               

 

ผู้แสดงความคิดเห็น สมจิตร จันทร์ทะสน วันที่ตอบ 2013-02-26 10:01:11


ความเห็นที่ 43 (2942519)

ผมเป็นพนักราชการตั้งแต่ ปี 48ถึง54  ใช้สิทธิประกันสังคม  ต่อมา  เดือนสิงหาคม  54  ผมได้ลาออก  เนื่องจากผมสอบบรรจุเป็นข้าราชการครูได้  ถามว่า  เงินที่ผมได้สะสมจ่ายทุกเดือนประกันสังคมฯ  ตั้งแต่ ปี 48 ถึงเดือนสิงหาคม 54  ไม่เห็นว่าเจ้าหน้าที่ประสังคมแจ้งว่า  ผมจะรับอะไรบ้าง

ถามว่า  ผมอายุครบ  55  ปี  จะได้บำเหน็จหรือเปล่าครับ.

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้อยากรู้ (kssbs_1234-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-03-05 11:29:43


ความเห็นที่ 44 (2944833)

ได้รับเงินกู้ในวันนี้ในอัตราที่ต่ำสมัครวันนี้จะได้รับเงินกู้ยืมในอัตรา 3% สมัครวันนี้นี้สามารถเพิ่มธุรกิจของคุณไปสูงมากขึ้น เราจะนำเสนอเงินให้กู้ยืมแก่ธุรกิจและคนส่วนบุคคลถ้าคุณต้องการสินเชื่อที่จะเริ่มขึ้นธุรกิจหรือสินเชื่อเพื่อชำระค่าใช้จ่ายจะติดต่อเราผ่านทาง (georgeanderson.loanfirm255@gmail.com) ในขณะนี้และได้รับเงินกู้จาก บริษัท ของเรา ... ฉันทำให้ดีที่สุดบริการสินเชื่อ

ผู้แสดงความคิดเห็น Mr Anderson วันที่ตอบ 2013-03-15 00:11:49


ความเห็นที่ 45 (2947109)

เรามีเงินให้กู้ยืมที่แตกต่างเพื่อประชาชน (สินเชื่อบุคคล) และให้ความร่วมมือหน่วยงานที่อัตราดอกเบี้ย 3% ต่อ annul.This จะช่วยให้คุณปฏิบัติตามภาระหน้าที่ทางการเงินของคุณโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับว่าจะไปเกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินโลก คุณอาจยืมระหว่าง 1,000 - 50,000,000 (ปอนด์ยูโรหรือดอลลาร์) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโปรดติดต่อเราผ่านทางอีเมล์ (excelservices.managementonline@gmail.com) Regards

ผู้แสดงความคิดเห็น Mr Excel วันที่ตอบ 2013-03-28 15:42:03


ความเห็นที่ 46 (2948185)

ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่า  เราต้องมีสิทธิที่จะได้เลือก...อาว บำเหน็จ  หรือ นานบำ อีแค่ 3,000 บาท กว่าเราจะอายุปานนั้น จะไปทำอะไรด้ายครับ นี่ขนาดแค่ตอนนี้ทำงานยังต้องกินข้าวแกง ข้าวตามสั่ง จานละ 50 ถ้าใส่ไข่ดาวเป็น 60 ทันที เฮ้อ เห็นใจมนุษย์ตาดำดำ ที่รับเงินเดือนและมีธุรกิจเล็ก ๆในบั้นปลายชีวิด.........

ผู้แสดงความคิดเห็น ภาสกร วันที่ตอบ 2013-04-04 12:37:27


ความเห็นที่ 47 (2949936)

พ่อดิฉันอายุ 57 ปี ทำงานมาหน้าจะ 20 ปีแล้ว ยังไม่ได้ไปแจ้งเงินทดแทนชราภาพ เพราะยังทำงานอยู่ ถ้าจะไปแจ้งตอนนี้จะมีผลอะไรไหมค่ะ เพราะเลย 55 มาแล้ว 2 ปี และมีสิทธิ์จะได้เป็นบำเหน็จหรือบำนาจค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น กันยา (kasai2550-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-04-17 15:18:30


ความเห็นที่ 48 (2950855)

 อยากทราบว่ากรณีคนโสดถ้าเสียชิวิตก่อน อายุ 55 ปี จะได้รับประโยชน์ทดแทนอะไรบ้าง

ผู้แสดงความคิดเห็น มาลา วันที่ตอบ 2013-04-24 13:07:16


ความเห็นที่ 49 (2960030)

จิงๆการหักประกันสังคม ไม่น่าจะมาบังคับให้คนทำงานต้องจ่ายทุกคนเลยนะ,เพราะบางคนเค้าจ่ายๆๆไปทุกเดือน ไม่ได้ใช้สิทธิ์อะไรเลย จากประกันสังคม,เช่นการเบิกค่ารักษาพยาบาล,ค่าคลอดบุตร,ฯลฯ, ซึ่งถ้ามองอย่างจริงๆ เราทำงานทั้งเดือน ถึงเวลาสิ้นเดือน เรากลับต้องมาแบ่งเงินให้ประกันสังคม 3% ทำไม??

  ทำไม ไม่ให้มีการสมัครใจ ว่าใครจะเข้าประกันสังคม,ใครไม่เข้าประกันสังคม เหมือนคนที่เค้าทำประกันชีวิตไง ใครอยากทำก็ทำ,ไม่อยากทำ ก็ไม่บังคับ

 สิทธิ์,ผลประโยชน์ที่จะได้รับเอง ทางประกันสังคมเอง ก็ไม่ได้ชี้แจงให้ผู้ที่เสียเงินจ่ายให้สำนักงานประกันสังคมทุกเดือน ได้รับทราบชัดเจนเลย ว่า คุณจะได้ผลประโยชน์อย่างไรบ้าง ส่วนมาก ที่ได้รับผลประโยชน์คืน ก็คนที่เค้าค่อนข้างจะรู้,ศึกษาจิงๆ,และต้องทำเรื่องยังไง  ส่วนคนที่ไม่ค่อยรู้, ไม่มีทางได้รับคืนเลย เสียเปล่า เพราะออกจากงานแล้วก็ออกเลย และทางประกันสังคมก็ไม่ได้ทำเป็นหนังสือแจ้งผู้ประกันตนให้รับรู้สิ่งที่ตยจะได้รับ,ผลประโยชน์ที่ควรได้รับ แต่อย่างใด

  เท่าที่เห็น คือ มีหนังสือแจ้งจิง แต่แจ้งว่า คุณขาดการส่งเงินประกันสังคม กี่เดือนๆ ต้องมาจ่ายเป็นเงินเท่าไหร่,ภายในวันที่เท่าไหร่ ให้ไปติดต่อสำนักงานประกันสังคมที่ไหน แค่นั้น(ประสพการณ์จิงจากคนใกล้ตัว) ..แล้ว เงินที่โดนหักและจ่ายไปทุกเดือนๆๆหละ ทำไมไม่แจ้งมาว่า ให้คุณดำเนินการอย่างไรบ้างเพื่อติดต่อให้รับสิทธิผลประโยชน์คืนจากประกันสังคม (ถ้าเค้าไม่ติดต่อขอรับคืน..เงินนั้น..ไปไหน)???? มีใครเคยคิดเหมือนเรามั๊ยค่ะ 

ผู้แสดงความคิดเห็น ญา วันที่ตอบ 2013-05-11 13:57:07


ความเห็นที่ 50 (2961497)

http://k-expert.askkbank.com/Article/Pages/A2_037.aspx     ลองเข้าไปอ่านนะค่ะ น่าจะเข้าใจง่ายกว่า 

ผู้แสดงความคิดเห็น งงเหมือนกัน วันที่ตอบ 2013-05-20 15:21:48



[1] 2 ถัดไป >>


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.